REVIEW Projector ACER P1287

วันนี้ผมมีเครื่องโปรเจคเตอร์ ที่เหมาะสำหรับห้องประชุมขนาดใหญ่ และรองรับจอรับภาพขนาดใหญ่ๆ กันเลยทีเดียวครับ เป็นของค่ายสีเขียว คือสินค้าจากแบรนด์ เอเซอร์ (ACER) นั่นเองครับ สำหรับใครที่เป็นสาวกของแบรนด์ชั้นนำนี้อยู่ล่ะก็ ท่านมาหาข้อมูลถูกที่แล้วล่ะครับ แต่สำหรับท่านที่ไม่ค่อยชื่นชอบ หรือไม่เคยได้ยินของชื่อเสียงแบรนด์นี้ ท่านอย่าเพิ่งหนี ลองรับฟังความสามารถของเจ้าเครื่องนี้ดูซะก่อนว่ามันสามารถทำอะไรได้บ้างครับ ไม่แน่หลังจากคุณอ่านบทความนี้แล้ว คุณอาจจะหลงรักหรือชื่นชอบก็อาจจะเป็นได้นะครับ

ผมขอนำเสนอ PROJECTOR ACER รุ่น P1287 นั่นเองครับท่าน

เรามาดูกันว่า เจ้าเครื่องนี้มันมีดีอย่างไร ขอเริ่มต้นด้วยจุดเด่น ของเจ้าตัวนี้เลยนะครับ

Expressive display (คุณลักษณะของการแสดงผล)

High brightness, High contrast ratio ความสว่างที่สูงนั้น มีความสามารถ ในการใช้งานได้มากกว่าเครื่องที่มีความสว่างน้อย เช่น สามารถฉายให้ห้องที่ มีแสงรบกวนเยอะได้ และ จอรับภาพขนาดใหญ่ แม้กระทั่ง ห้องประชุมที่มีหน้าต่างเยอะ แถมยังไม่มีผ้าม่านอีกด้วย ทำให้แสงผ่านเข้ามานั้น รบกวนการนำเสนอของท่าน ทำให้เกิดปัญหา ต่างๆนานา ตามมา เจ้าตัวนี้ความสว่างสูงถึง 4200 ANSI LUMEN ถือว่าเหมาะสำหรับจอตั้งแต่ 70” – 120” เป็นต้น และด้วยค่า CONTRAST ที่สูงถึง 17,000 : 1 เลยทำให้ไม่มีปัญหาด้านความคมชัดของตัวหนังสือในการนำเสนอ

DynamicBlack™ ตัวโปรเจคเตอร์นี้ยังมี เทคโนโลยี DynamicBlack ที่ช่วยเพิ่มความคมชัดของภาพโดยใช้หลอดไฟปรับกำลังแบบไดนามิกเพื่อวิเคราะห์เนื้อหาให้ตัวหนังสือชัดเจน คมชัด เวลานำเสนอครับ

รูปภาพ จำลองการใช้งานผ่านห้องประชุมที่มีแสงรบกวนเยอะ

Acer ColorSafe II technology ด้วยเทคโนโลยี Acer Color Safe ll จึงทำให้สีสันนั้นดูสดขึ้น ไม่แพ้กับ เทคโนโลยีอื่นเลยครับ ลองเทียบดูจากภาพได้เลยว่าสีนั้นดูสดขึ้นจริงๆ !!! จึงทำให้ท่านที่จะนำเสนอไฟล์ VDO นั้น ดูดีขึ้นไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสีนั้นจะไม่สด ไม่สวยครับ และมาต่อกันที่ Feature ต่อไปอีกครับ แหม่ๆ Option ช่างเยอะซะเหลือเกินนะครับ อิอิ

รูปภาพเปรียบเทียบระหว่างระบบ DLP ธรรมดา กับ ใช้โหมด ColorSafe ll เข้ามาช่วย

เรามาต่อกันที่ Acer ColorBoost II + technology เทคโนโลยีนี้จะคล้ายกับ ColorSafe ll แต่จะเป็นส่วนประกอบภายในตัวเครื่องเป็นส่วนใหญ่ครับ ตัวนี้จะพัฒนาด้าน วงล้อสี โดยการใส่เทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า ColorBoost ll เข้าไปช่วยในการปรับเปลี่ยนสีได้มากขึ้น จึงทำให้มีสีสันที่สวยมากขึ้นครับ

3D ColorBoost ปกติเวลาเราดูหนัง 3D ความสว่างของตัวหนังจะถูกลดลงไปประมาณ 40% รวมถึงสีของตัวหนังเองก็ด้วยครับ จึงทำให้เราต้องดูได้แต่ในห้องมืด 100% เสมือนโรงภาพยนตร์น่ะครับ เทคโนโลยีนี้ช่วยเสริมในส่วนของสีของตัวหนัง เวลาเราเปิดโหมด 3D ภาพจะสดสวยขึ้นและดึงดูดตามากขึ้นครับ บอกแล้ว ของเค้าดีจริงๆ

Enjoy the 3D experience: DLP ® 3D Ready

การใช้โหมด 3D นั้น ก็สามารถใช้ได้กับอุปรณ์หลายๆ อย่างเช่น เกมส์ เครื่องเล่น Blu-Ray เป็นต้น แต่อย่าลืมใส่แว่นกันด้วยนะครับแว่นตานั้นก็มีให้เลือกกันด้วย ถึง 2 สี กันเลยทีเดียว (ขาว/ดำ) แถมดีไซน์ ยังล้ำหน้ายิ่งกว่าใคร เรียว เบา สวย คุณภาพก็ดีอีกต่างหาก แบบนี้พลาดไม่ได้แล้วนะครับ

รูปสินค้าตัวอย่าง และ ช่องพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อต่างๆ

และสุดท้ายส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดอีกอย่างเวลาคุณๆ เลือกซื้อเครื่องโปรเจคเตอร์ นั่นคือพอร์ตการเชื่อมต่อครับพี่น้อง พอร์ตเชื่อมต่อแต่ละช่องสามารถบ่งบอก ถึงคุณภาพของเครื่องฉายแต่ละรุ่นเลยก็ว่าได้นะครับ เช่น ที่นิยมใช้เป็นอย่างมากคือ VGA หรือที่เรียกอีกอย่างว่า Computer Port // D-Sub 15 pin ก็แล้วแต่จะเรียกกันนะครับ มีถึง 2 ช่องนะคับ แล้วยังมีช่องสำหรับ Out พื่อออกไปยังเครื่องโปรเจคเตอร์ตัวอื่นได้อีกด้วย ขาดไม่ได้เลยกับ HDMI Port 1 ช่องที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก คุณภาพระบบดิจิตอล กันเลยทีเดียว และอื่นๆ ที่ยังคงความดั้งเดิมไว้ไม่เปลี่ยนแปลง คือ S-Video // RCA หรือที่เรียกกันติดปากคือ AV (เหลือง) และยังมี Audio in – out เพื่อทางเลือกอื่นของเสียงครับ

ด้านบนตัวเครื่องจะมีปุ่มกดดังรูปภาพด้านบนไว้สำหรับในกรณี รีโมทหายก็ยังสามารถคอนโทรลได้ครับ ระบบซูมและโฟกัสภาพ เป็นระบบ Manual ควบคุมด้วยมือ เลนส์ลื่นโฟกัสง่ายมากๆครับ ตัวผมได้ไปลองสัมผัสมาแล้วครับ บอกเลยว่า เจ๋งมากๆ ครับ ถ้าไม่เจ๋งจริง กระผมไม่กล้านำมาเสนอแน่นอนครับ ส่วนใครที่อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญตามมาได้ที่ https://projectorpro.in.th

ความต้องการใช้ “โปรเจคเตอร์” ในปัจจุบัน

สำหรับ “เครื่องฉายโปรเจคเตอร์” ได้มีพัฒนาการมาอย่างยาวนานในแง่ของประสิทธิภาพ และ ความสวยงามในการฉายภาพ และ แน่นอนว่า ราคานับวันก็มีแต่ จะ ถูกลง ทำให้เครื่องโปรเจคเตอร์ ราคา ย่อมเยาที่มีราคาอยู่ในช่วงประมาณ 3 ถึง 4 หมื่นบาท ก็ สามารถตอบสนองการใช้งานตามสำนักงานได้ดี หรือ จะเป็นการเรียนการสอนในห้องบรรณยาย ขนาดใหญ่ รวมทั้งใช้เพื่อความบันเทิง ซึ้งราคา โปรเจคเตอร์ บวกกับ ราคา จอรับภาพ ขนาด 60 นิ้ว ยังถูกกว่า การซื้อ จอทีวี LCD ขนาด 50 นิ้ว เป็นอันมาก ( ประมาณ 1 เท่า )

โปรเจคเตอร์ราคาย่อมเยามีให้เลือกใช้งานทั้ง แบบ DLP และ LCD ด้วยเทคโนโลยี ทั้งสองก็ มีการพัฒนาเพื่อลบข้อด้อย และมีจุดเด่น ในเทคโนโลยีของแต่ละ บริษัทผู้ผลิตทำให้ ปัจจุบัน โปรเจคเตอร์ ทั้ง DLP และ LCD ล้วนให้ความสวยงานในการฉานที่ใกล้เคียงกัน มีจุดที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อสำคัญ คือ ค่าความสว่างของการฉายที่วัดเป็นหน่วย ลูเมนส์ ( ANSI LUMENS ) ตั้งแต่ 1700 ansi , 2000 ansi 2600 ansi , 3000 ansi ยิ่งตัวเลขมาก ก็ยิ่งทำให้สามารถฉายในห้องที่มีความสว่างได้ดี อีกทั้ง สีสัน สามารถให้สีได้ถึง 16,770,000 ล้านสี และในส่วนของหลอดภาพ เองก็ มีการพัฒนาให้ มีอายุการใช้งาน เพิ่มขึ้น ตั้ง แต่ 2,000 ชั่วโมง ถึง 5,000 ชั่วโมง

หลักการทำงานระหว่าง โปรเจคเตอร์ LCD กับ DLP เบื้องต้นในส่วนของการทำงานของ โปรเจคเตอร์ LCD คือ แสงจากหลอดฉายจะเดินทางผ่าน กระจกแยกแสงสีแดง สีเขียว และ สีน้ำเงิน และ แสงที่เป็นแม่สีทั้ง 3 จะเดินทางผ่านชิป LCD ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมปริมาณความเข้มของสีทั้ง 3 จากนั้น แสงที่เป็นแม่สีทั้ง 3สี จะไปรวมกันเป็นภาพฉายสมบูรณ์ ที่กระจกรวมแสงภาพฉายจะถูกส่งผ่านเลนส์ไปฉายออกจอ จุดเด่นของโปรเจคเตอร์ LCD คือให้สี่สันอิ่มเข้มสดใส ให้การฉายลายเส้นหรือตัวอักษรที่คมชัด จุดอ่อนจะอยู่ที่การมองเห็น ของภาพหยัก ไม่เรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ซึ้งมักจะเห็นได้ชัดเจน ในกรณีที่ฉาย โปรเจคเตอร์ LCD ด้วยความละเอียดต่ำๆ ให้ออกจอภาพขนาดใหญ่ ในส่วนของการทำงานของ โปรเจคเตอร์ DLP คือ แสงจากหลอดฉายจะเดินทางผ่านแผ่นวงล้อฟิลเตอร์สี ที่มีแถบแม่สีทั้ง 3 อยู่บนวงล้อ ได้แก่ สีแดง เขียว น้ำเงิน วงล้อสีนี้จะหมุนอยู่ตลอดเวลา ส่งแสงของแม่สีทั้ง 3 ไปยัง ชิป DLP ที่ทำงานเป็นแผ่นกระจกควบคุมระดับความเข้มของแสงที่จะถูกส่งต่อไปยังเลนส์ เพื่อฉายออกจอ ผู้ชมจะเห็นแม่สีทั้ง 3 สี ผลัดกันฉายออกจอ ครั้งละสี รวมกันเป็นภาพที่สมบูรณ์ เพราะ ด้วยความเฉื่อยของดวงตามนุษย์ จุดเด่นของโปรเจคเตอร์ DLP คือการฉายภาพจะให้จะให้ขอบภาพที่นุ่มนวลเนียนตากว่า โปรเจคเตอร์ LCD จุดอ่อนอยู่ที่อาจมองเห็นแถบสีรุ้งเล็กๆ ปรากฏบนจอภาพในกรณีที่กวาดสายตาผ่านจอภาพอย่างรวดเร็ว

ในส่วนของอายุการใช้งานที่ต้องขึ้นอยู่กับ การใช้งานแบบติดตั้งถาวร จะสามรถมีอายุการใช้งานได้ยาวนานกว่า การ เคลื่อนย้าย บ่อยๆ เพราะในการเคลื่อนย้าย อาจมีการ กระแทก ส่งผลให้หลอดภาพเกิดการสั่น ทำให้หลอดภาพ ขาด เพราะหลอดภาพ มีอุณหภูมิที่สูง จึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ตัวเครื่อง หยุดการทำงาน จึงจะสามารถเคลื่อนย้ายได้

ด้านความละเอียดของเครื่องโปรเจคเตอร์ราคาย่อมเยานั้นจะอยู่ที่ ระดับความละเอียด (SVGA = 800 x 600 จุด) สามารถฉายออกจอภาพที่ขนาด 50 นิ้ว ถึง 80 นิ้วระดับความละเอียด (XGA = 1024 x 768 จุด) สามารถฉายออกจอภาพที่ขนาด 80 นิ้ว ถึง 120 นิ้วในกรณีที่ ไม่มีความจำเป็นต้องฉายออกจอภาพขนาดใหญ่เกินกว่า 80 นิ้ว ก็ควรเลือก โปรเจคเตอร์ระดับความละเอียด (SVGA = 800 x 600 จุด) ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับ โปรเจคเตอร์ราคาย่อมเยา

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector EPSON EB-S21

REVIEW Projector EPSON EB-S21 รุ่นเล็กมาใหม่ ที่ทรงคุณภาพ

เป็นการคลอดโปรเจคเตอร์ รุ่นเล็กที่มีความสว่าง 3000 Ansi Lumen หลังจาก Epson ได้ปล่อยตัว Projector ออกมาใหม่หลายตัวและหลายซีรีย์วันนี้นำตัว EB-S21 มาให้ได้รู้ถึงลูกเล่นกัน

หน้าตาเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ด้านซ้ายมือคือ EB-S21 ด้านขวาคือ EB-S11

ช่องต่อมากมายอเนกอนันต์พร้อมรับใช้ทุกการเชื่อมต่อ

เรามาเริ่มกันเลยว่า เจ้าEB-S21 คุณสมบัติเบื้องต้นที่ให้มามีอะไรพอฟัดพอเหวี่ยงกับเจ้าอื่นๆ ในตลาดกันบ้าง

ความสว่างพกมามากถึง 3,000 Ansi Lumen กันเลยทีเดียว ช่างเหมาะกับห้องที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ต่อให้มีแสงสว่างของไฟภายในห้องยังสามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจน ทั้งยังได้เพิ่ม Contrast Ratioเป็น 10,000 : 1 เพื่อรองรับงานการนำเสนอ ช่วยทำให้ตัวหนังสือดูตัดกันกับฉากหลังดีมากขึ้น อุปกรณ์เสริม Wireless LAN adaptor ELPAP07 สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยผ่าน ทางช่อง USB Type A

หน้าตาเจ้าอุปกรณ์เสริมที่ว่า คล้ายกับ Flash Drive ที่เราๆ ท่านๆ ใช้อยู่ทุกวี่ทุกวัน สนับสนุนการทำงานให้ง่ายยิ่งขึ้น

ทำการเชื่อมต่อได้ทั้ง smart phone หรือ Tablet รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ ios ผ่านทาง Application “Epson iProjection” แต่ App ไม่รองรับการค้นหาข้อมูลโปรเจ็คเตอร์, การแสดงหลายจอภาพ, การทำหน้าที่จัดสรร, การโอนเสียง, การโอนไฟล์ภาพยนตร์, ปิดการเชื่อมต่อที่มีการรบกวนและการโอนข้อมูลที่มีการเข้ารหัสผ่าน

ส่วนคอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ทางโปรแกรม Epson EasyMP Network Projection (ดาวน์โหลดได้จากหน้าเว็บของ Epson ได้เลย) ก็สามารถใช้ได้เหมือนกันเลย

ตบท้ายด้วยการเพิ่ม HDMI เข้ามาเพื่อรองรับภาพจากสัญญาณดิจิตอล ไม่ว่าจากเครื่องเล่นหรือกล่องสัญญาณดาวเทียม รวมถึง อัลตร้าบุ๊ครุ่นใหม่ๆ ที่เปลี่ยนเอาช่อง VGA ออกเหลือเพียง HDMI อย่างเดียว ลำโพงในตัวเครื่องจากรุ่นเดิมๆ แค่ 2W ขยับเป็น 5W

การแก้ไขสี่เหลี่ยมคางหมูแบบแนวนอน

การปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวตั้งอัตโนมัต และปรับภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวนอน (Horizontal Keystone) ยังคงเป็นจุดแข็งที่ทำให้เหนือคู่แข่งในตลาดระดับที่เท่าๆ กัน

สุดท้ายมาจบที่เรื่องของหลอดภาพ ที่ได้พัฒนาอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น ในโหมดปกติ 5,000 ชม. ในโหมดประหยัด 6,000ชม. แถมหลอดภาพก็มีราคาถูกลงอีกด้วย

สั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector BenQ W1070+

REVIEW Projector BenQ W1070+ ความคมชัดระดับ Premium

วันนี้เราเข้าโหมด ดูหนังกันดีกว่า ว่าด้วยเครื่องฉายหนังระดับ Premium ในบ้านเราก็มีเยอะใช่ย่อยนะครับ แต่รุ่นไหนยี่ห้อไหนบ้างที่ประสิทธิภาพสูงแถมยังราคาเบาๆอีกจากที่เคยทดสอบมาบ้างแล้ว ผมมีโปรเจคเตอร์ หนึ่งรุ่นแนะนำ นั้นคือ BenQ W1070+ เป็นโปรเจคเตอร์ที่ Upgrade จากตัวแรกที่เคยได้รับคำชมอย่างล้นหลาม มาแล้ว

หน้าตาเครื่อง W1070+ แทบจะไม่ต่างจาก W1070 เลย

เรามาดูกันว่า มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง เริ่มกันที่ MANU ของเครื่องมีการปรับแต่งให้ดู Smart และใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ถ้ายังอยากใช้ MANU รูปแบบเดิมก็สามารถปรับเป็น Mode Advance ได้เช่นกัน

หน้าตาเมนูใหม่ ซึ่งจัดให้ดูง่าย สบายตา

เมนูสำหรับการติดตั้ง BenQ เลือกสื่อสารด้วยรูปภาพทำให้มือใหม่หัดเล่นเข้าใจได้ง่าย

มาถึงเรื่องการปรับภาพกันบ้าง ปกติเราจะเจอปัญหาในการติดตั้งเครื่องว่าจำเป็นต้องตั้งตรงกลางจอเท่านั้น แต่ปัจจุบันเครื่องรุ่นใหม่ๆ ของ BenQ จะใส่ฟังค์ชั่น 2D Keystone มาให้ ทำให้ตำแหน่งการเครื่องไม่จำเป็นต้องอยู่กลางจอเสมอไป ซึ่งรวมถึง รุ่น W1070+ ด้วย

รวมไปถึงระบบ Lens Shift ที่ยังคงไว้เพื่อการแก้ตำแหน่งภาพที่ต่ำกว่าหรือสูงกว่าโดยไม่ต้องทำการเปลี่ยนตำแหน่ง ช่วยให้ยิ่งทำให้การติดตั้งง่ายดายยิ่งขึ้น

ตำแหน่งการวางเครื่องไม่จำเป็นต้องอยู่กลางจออีกต่อไป และ Lens Shift ที่มีมาให้

ตามมาด้วยอีกหนึ่ง gedget ใหม่น่าสนใจ แต่ยังไม่มีในประเทศไทย คือ Wireless FHD Kit เป็นอุปกรณ์เสริมที่จะทำให้คุณสัมผัส กับการใช้งานแบบไร้สายล้ำๆ

อุปกรณ์ Wireless FHD kit

โดยรวมแล้วถือว่าน่าตื่นตาตื่นใจกับฟังค์ชั่นและอุปกรณ์ใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา แต่ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของมิติภาพที่ดีขึ้น ด้วยความสว่างที่เพิ่มขึ้นเป็น 2200 ANSI lumen แถมด้วยการันตีจาก isf เพิ่มขึ้นมาอีก หากเทียบกับรุ่นพี่อย่าง W1070 ยิ่งทำให้โดดเด่นมากขึ้น ระบบ 3D ดูเนียนตาขึ้น แถมแว่นรุ่นใหม่นี้บางและเบากว่าเดิมเยอะเลยครับ

ไม่ว่าจะเป็นฉากมืดที่ยังคงให้มิติและอารมณ์ของภาพได้ดี ฉากที่มีความสว่างก็ยังคงมีมิติและสีที่สดด้วยเช่นกัน

สรุปครับ เป็นโปรเจคเตอร์ที่บอกได้เลยว่าคุ้มค่าคุ้มราคาสำหรับมือใหม่และมือสมัครเล่นอย่างเราๆ ไม่ว่าจะเป็นฟังค์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาเพื่อรองรับการติดตั้งที่ง่ายในทุกสถานการณ์และทุกสถานที่ รวมไปถึงคุณภาพของภาพและความสวยงามของดีไซด์ตัวเครื่องที่เคยได้รับคำชมมาแล้ว คงจะพอทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการเลือกซื้อนะครับ แล้วคุณจะได้เปิดโลกทรรศน์แห่งความบรรเทิงเริงใจ

สนใจสั่งซื้อโปรเจคเตอร์รุ่นนี้หรือโปรเจคเตอร์เบ็นคิวรุ่นอื่นๆได้ที่ https://projectorpro.in.th